ข้อมูลของสัตว์ กระรอก

ข้อมูลของสัตว์

ข้อมูลของสัตว์ กระรอก

กระรอก ข้อมูลของสัตว์

  • ชื่ออื่นๆ : กระรอกต้นไม้ กระรอกดิน และ กระรอกบิน
  • ลักษณะ:มีหางยาวเป็นพวงงาม มี กรงเล็บคม แล้วก็มีใบหูใหญ่ บางประเภทมีปอยขนที่หู ส่วนกระรอกบินนั้น จะมีพังผืดข้างลำตัว สำหรับกางเพื่อร่อนจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง มักเป็นหากินในกลางคืน มีตาสะท้อนแสงไฟ กระรอกดิน มักจะมีรูปร่างสั้น และก็ล่ำสันกว่ากระรอกต้นไม้ มีขาหน้าแข็งแรงใช้สำหรับเพื่อการขุดดิน หางของกระรอกดินนั้นจะสั้นกว่าหางของกระรอกต้นไม้ และไม่ฟูเป็นพวงนัก รวมทั้งเหมือนกับสัตว์ฟันกัดแทะประเภทอื่นๆกระรอกจะมีนิ้วเท้าหลังข้างละ 5 นิ้ว และ นิ้วเท้าหน้าข้างละ 4 นิ้ว ตรงส่วนที่น่าจะเป็นนิ้วโป้งจะกลายเป็นปุ่มนูนๆซึ่งถูกพัฒนาให้เหมาะกับจับอาหารมาแทะ
  • ข้อมูลอื่นที่ฉันรู้: ของกินของกระรอกเป็น ผลไม้ และ เมล็ดพืช เป็นหลัก แต่กระรอกก็ยังถูกใจกินแมลงด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระรอกขนาดใหญ่อย่างพญากระรอก นั้นบางครั้งก็ยังรับประทานไข่นกเป็นของกินอีกด้วยอาหารของกระรอกเป็น ผลไม้ รวมทั้ง เมล็ดพืช เป็นหลัก แต่ว่ากระรอกก็ยังถูกใจกินแมลงด้วยเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระรอกขนาดใหญ่อย่างพญากระรอก นั้นบางเวลาก็ยังกินไข่นกเป็นของกินอีกด้วย

เจ้าหมาน้อย ชิวาว่า

เจ้าหมาน้อย

เจ้าหมาน้อย ชิวาว่า

ชิวาว่า เจ้าหมาน้อย

ลักษณะ: ชิวาวาเป็นสุนัขขนาดเล็กที่มีความฉลาดแล้วก็จงรักภักดีต่อเจ้าของมาก มีทั้งพันธุ์สั้นแล้วก็ขนยาว ชิวาวาประเภทขนสั้นมีต้นกำเนิดมาจากหมา สายพันธุ์ดั้งเดิม  ส่วนสายพันธุ์ขนยาวเพิ่งจะได้รับการพัฒนาขึ้นมาภายหลัง ชิวาวาเป็นหมาที่มีโครงสร้างกระชับสมสัดส่วน มองสง่างาม ว่องไวคล่องแคล่วรวมทั้งตื่นตัวตลอดระยะเวลา กะโหลกมีลักษณะกลม ความยาวลำตัวมากกว่าความสูงเล็กน้อย จมูกแล้วก็ปากสั้น ปลายจมูกค่อนข้างจะแหลม จมูกมีสีเข้มกับขนลำตัว ใบหูมีขนาดใหญ่ปลายหูออกจะแหลมตั้งขึ้น ตาโตแต่ไม่ยื่นโปนออกมา ดวงตามีสีดำสนิท

ประโยชน์: เป็นสัตว์เลี้ยง แก้เหงา

ค่างห้าสี พบในประเทศลาว เวียดนามเหนือ

ค่างห้าสี

ค่างห้าสี 

ค่างห้าสี พบในประเทศลาว เวียดนามเหนือ

ค่างห้าสีเป็นค่างที่มี สีสะดุดตา มาก จัดเป็นค่างที่สวยงามที่สุดในโลก ตามตัวมีสีตัดกันถึง 5 สี ตัวและก็หัวมีสีเทา แต่ตรงหน้าผากมีสีเทาดำออกแดง หนวดเคราสีขาว หางแล้วก็ก้นสีขาว ผิวหน้าเหลือง

  • อาหาร :
    กินใบไม้ ยอดไม้เหมือนค่างทั่วไป
  • พฤติกรรม :
    ค่างห้าสีนิสัยเงียบขรึม ชอบอยู่รวมกันเป็นฝูง
  • สถานภาพปัจจุบัน :
    สิ่งมีชีวิตที่ใกล้การสูญพันธุ์
  • วัยเจริญพันธุ์ :
    ค่างห้าสีมีการสืบพันธุ์ไม่แน่นอน ตั้งท้องประมาณ 196 วัน ออกลูกครั้งละ 1 ตัว

พังพอนกินปู สัตว์โลกผู้น่ารัก

พังพอนกินปู

พังพอนกินปู 

พังพอนกินปู หรือ พังพอนยักษ์ (อังกฤษ: Crab-eating mongoose) เป็นหนึ่งในสองจำพวกของสัตว์ประเภทพังพอนที่เจอในประเทศไทย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Herpestes urva

เป็นพังพอนขนาดใหญ่ มีลักษณะเด่นเป็น มีแถบสีขาวจากมุมปากลาดยาวไปตามข้างคอจนกระทั่งหัวไหล่ หางยาวประมาณครึ่งหนึ่งของลำตัว ขนที่หางเป้นพวง สีขนบริเวณลำตัวเป็นสีน้ำตาลอมเทา คอมีสีดำ หน้าอกมีสีน้ำตาลแดง ท้องมีสีน้ำตาลอ่อน ขนมีสีน้ำตาลเข้มหรือดำ

มีความยาวลำตัวแล้วก็หาง 44-48 ซม. ความยาวหาง 26.5-31 ซม. น้ำหนัก 3-4 กิโลกรัม

มีการกระจายจำพวกตั้งแต่ภาคใต้ของจีน, เนปาล ภาคตะวันออกของพม่า, ไทย, ลาว, กัมพูชา, ไต้หวัน, เวียดนามและก็มาเลเซีย ใน ประเทศไทย เจอที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว

มักอาศัยอยู่ตามลำพัง นอกจากตอนฤดูสืบพันธุ์ มักอาศัยอยู่ตามป่าใกล้กับแหล่งน้ำ ป่าเต็งรัง, ป่าเบญจพรรณ หากินโดยจับสัตว์ที่มีขนาดเล็กกว่ากินเป็นอาหาร โดยยิ่งไปกว่านั้นสัตว์ที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ ดังเช่นว่า ปู, ปลา, กุ้ง, หอย หรือแม้กระทั้งแมลงน้ำหรือนกน้ำ แล้วก็สัตว์เลื้อยคลานบางประเภทด้วย ออกหากินในยามค่ำคืน พังพอนกินปูสามารถว่ายรวมทั้งดำน้ำได้เป็นอย่างดี

ตอนนี้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพ.ร.บ.สงวนและปกป้องสัตว์ป่า พ.ศ. 2535…

น้องหมาจอมยิ้ม Sybil มีความสุขที่ได้บ้านใหม่

น้องหมาจอมยิ้ม

น้องหมาจอมยิ้ม Sybil มีความสุขที่ได้บ้านใหม่

Sybil น้องหมาจอมยิ้ม

เจ้าตูบที่ชื่อ Sybil มันถูกรับเลี้ยงภายหลังจากเข้ามาอยู่ในศูนย์พักได้เพียงแค่ไม่กี่วัน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นด้วยเหตุว่ารอยยิ้มแสนน่ารักน่าเอ็นดูของมัน

ย้อนกลับไปเมื่ออาทิตย์ก่อนหน้านี้ Sybil ถูกพาเข้ามาใน All Dogs Matter ซึ่งหนแรกเจ้าหน้าที่มีความรู้สึกว่าการหาบ้านให้มันนั้นเกิดเรื่องยาก ด้วยเหตุว่ามันเป็นปกติของหมาพันธุ์สแตฟเฟอร์ดไชร์

แต่ว่าปรากฏว่า Sybil ได้ เอาชนะหัวใจ เจ้าหน้าที่ในศูนย์อย่างเร็ว ด้วยรอยยิ้มอันแสนน่ารักน่าเอ็นดูของมัน แล้วก็พวกเขาก็ได้นำรูปน่ารักน่าเอ็นดูๆของมันนี่ล่ะ ไปโพสต์ลงในสื่อโซเชียล

นับจากรูปของ Sybil ถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตไม่น้อยเลยทีเดียวหลงเสน่ห์มันโดยทันที รวมทั้งหลายๆคนต้องการรับเลี้ยงมัน แต่ว่าความโชคดีนี้เป็นของ Frankie Murphy

เจ้าตูบใช้เวลาเพียง 2 วันแค่นั้น สำหรับการหาบ้าน “เมื่อพวกเรามองเห็นรอยยิ้มน่ารักน่าเอ็นดูๆของมัน พวกเราไม่บางทีอาจต้านได้” Frankie บอก

คุณบอกอีกว่า “มีชาวเน็ตจำนวนไม่ใช่น้อยที่กล่าวว่าต้องการรับเลี้ยงมัน แต่ว่าเมื่อพวกเราติดต่อไปทาง พวกเขาพูดว่ามันยังอยู่ พวกเราก็เลยเดินทางไปหามัน แล้วพวกเราก็หลงรักมันเป็นครั้งลำดับที่สอง มันเองก็มองตื่นเต้นมากมายเมื่อมองเห็นพวกเราหนแรก”

ภายหลังที่เชื่อมั่นแล้วว่า Sybil เหมาะสมกับครอบครัว Frankie ก็ได้พามันกลับบ้าน และก็ตั้งแต่วันนั้น น้องหมาก็ไม่เคยหยุดยิ้มอีกเลย เห็นได้ชัดว่ามันสุขสบายเท่าไร

Sybil มันจะเดินตามพ่อของ Frankie ไปทั่วบ้าน เช่นเดียวกันกับเป็นเงาของเขา มันไม่เคยเห่าหรือทำเสียงดังรบกวน กระทั่งเพื่อนบ้านไม่รู้เรื่องเลยว่าครอบครัวนี้มีหมา

ยิ่งไปกว่านี้ Sybil ยังสามารถปรับนิสัยกับบ้านข้างหลังใหม่ได้อย่างเร็ว ถึงกับขนาดที่ว่าสามารถเปิดประตูข้างหลังบ้านได้ โดยผู้กระทำระกระโดดเกาะประตู จับลูกบิดรวมทั้งเปิดมันออกไป

โน่นเป็นชีวิตดีๆของ Sybil ที่หมาตัวไหนๆต่างก็อยากทั้งหมด

อย่างไรก็ดี All Dogs Matter เปิดเผยว่ายังมีหมาสวยๆเสมือน Sybil อีกหลายตัวที่กำลังอยากได้บ้าน แล้วก็มันกำลังรอคอยโอกาสจากใครบางคนอยู่…

สัตว์โลกผู้น่ารัก นกเพนกวิน (Penguin)

สัตว์โลกผู้น่ารัก

สัตว์โลกผู้น่ารัก

นกเพนกวิน สัตว์โลกผู้น่ารัก เป็นนกที่บินไม่ได้ เป็นนกเพนกวินขนาดกึ่งกลาง ความยาวลำตัวราวๆ 65 ซม. น้ำหนักโดยประมาณ 4 กิโล
มีการดัดแปลงอวัยวะที่ใช้เพื่อสำหรับการบินเพื่อการว่ายน้ำ มีหน้าอกแล้วก็ท้องสีขาว ข้างหลังมีสีดำ ท่อนหัวสีดำ มีลายเส้นสีขาวคาดจากฐานปาก ผ่านข้างๆหัวลงมาถึงคอ

ถิ่นอาศัย, อาหาร
อาศัยในเขตร้อนทางหมู่เกาะกูโน และก็ ชายฝั่งทะเล ของประเทศเปรู รวมทั้งประเทศชิลี ทวีปอเมริกาใต้ อุณหภูมิที่ต้องการ 22-30 องศาเซลเซียส
นกเพนกวินฮัมโบลด์หาอาหารกินในทะเล อย่างเช่น ปลา กุ้ง ตัวอ่อนของปู ลูกนกกินอาหารจากการคายออกมาจากกระเพาะของพ่อแม่
นกเพนกวินกินน้ำทั้งน้ำจืดและก็น้ำเค็ม เพราะเหตุว่าที่เหนือตามีต่อมขับเกลือ เพื่อขับเกลือส่วนเกินออกได้

พฤติกรรม, การสืบพันธุ์

นกเพนกวินฮัมโบลด์เป็นสัตว์สังคม อยู่รวมกันเป็นฝูง แผดเสียงดังเพื่อใช้เพื่อสำหรับการติดต่อสื่อสาร เวลาทักกันจะใช้ปากหรือคอถูกัน
ในช่วงฤดูสืบพันธุ์นกชนิดนี้จะอยู่กันเป็นฝูงเล็กๆอยู่ตามน้ำหรือขุดโพรงอยู่ตามพุ่มไม้ต้นหญ้าสูงในป่าใกล้กับชายฝั่งทะเล
ตกไข่ ฟัก ปีละ 1 ครั้งในฤดูใบไม้ผลิ สร้างรังด้วยหิน กิ่งไม้ ใบหญ้า ตกไข่ทีละ 1 – 3 ฟอง ใช้เวลาฟัก 39 วัน โดยตัวผู้เป็นผู้ฟักไข่

 …

เคยเห็นกันมั้ย !! ผีเสื้อกินน้ำตาเต่า

เคยเห็นกันมั้ย

เคยเห็นกันมั้ย !! ผีเสื้อกินน้ำตาเต่า

ผีเสื้อกินน้ำตาเต่า เคยเห็นกันมั้ย

ไม่เอา ไม่ร้องนะ ประเดี๋ยวเค้าซับน้ำตาให้เอง ผีเสื้อ กำลังซาบซึ้งกับน้ำตาเต่า จริงๆนะ

สัตว์กินเนื้อ ตัวอย่างเช่น เสือ และสิงโต ได้โซเดียมหรือเกลือแร่จากเนื้อสัตว์ที่มันกิน แต่ว่าสัตว์รับประทานพืช เช่น แมลงอย่างผีเสื้อ ต้องหาโซเดียมจากแหล่งอื่นๆ

ถ้าเป็นกลางป่าดงดิบอะเมซอนล่ะ จะหาแหล่งโซเดียมจากที่ไหนได้นะ คำตอบเป็นก็น้ำตาเต่ายังไงล่ะ

ผีเสื้อตัวเบาแสนค่อยใช้ตัวจับหรือเซนเซอร์ที่เท้าและก็ขาสำหรับเพื่อการลิ้มชิมรสของกินขั้นตอนการนี้ก็เลยไม่ทำร้ายเต่าแม้แต่น้อย…

รู้หรือไม่ !! ทำไมแมลงเม่า ชอบบินเข้าหาแสงไฟ

รู้หรือไม่

รู้หรือไม่ !! ทำไมแมลงเม่า ชอบบินเข้าหาแสงไฟ

แมลงเม่าเป็นระยะที่มีปีกของวงจรชีวิตปลวก
เมื่อสภาพภูมิอากาศเปลี่ยน รู้หรือไม่ ยกตัวอย่างเช่นตอนเปลี่ยนแปลงจากหน้าร้อนสู่หน้าฝน พวกเราพบได้มาก แมลงเม่า นับร้อยนับพันออกมาบินว่อนรอบดวงไฟ แล้วก็เมื่อแมลงเม่าออกมาจากรังปลวก สัตว์อื่นๆที่รับประทานแมลงเป็นของกินอย่าง จิ้งจก ตุ๊กแก แล้วก็คางคก ต่างออกมาชุมชนเหมือนงานกินเลี้ยงมื้อใหญ่

แมลงเม่าเป็นปลวกใน ระยะขยายพันธุ์ เป็นแมลงที่มีการเปลี่ยนรูปร่างไม่สมบูรณ์แบบ โดยตัวอ่อนจะมีลักษณะเหมือนตัวสมบูรณ์เต็มวัยแม้กระนั้นยังไม่มีปีกหรืออวัยวะสืบพันธุ์ วงจรชีวิตของปลวกเริ่มจากไข่ที่ฟักตัวออกมาเป็นตัวอ่อน รวมทั้งตัวอ่อนนี้สามารถก้าวหน้าเป็นสามวรรณะ เป็น วรรณะปลวกงาน วรรณะปลวกทหาร และก็วรรณะขยายพันธุ์

วรรณะปลวกงานเป็นแรงงานของรังปลวก ปฏิบัติหน้าที่สำหรับเพื่อการสร้างรัง แล้วก็หาอาหารให้แก่ปลวกในวรรณะอื่นๆวรรณะปลวกทหาร มีหัวหัวกะโหลกแข็งแล้วก็ใหญ่ มีฟันกรามขนาดใหญ่เป็นเสมือนคีมใช้ต่อสู้ วรรณะปลวกงานแล้วก็ทหารไม่มีการเปลี่ยนรูปหรือความเจริญถัดไปอีกอย่างกับปลวกในวรรณะแพร่พันธุ์ ปลวกในวรรณะขยายพันธุ์เมื่อโตเต็มวัยจะมีปีก การมองเห็นที่ดีแล้วก็มีระบบระเบียบขยายพันธุ์ที่บริบูรณ์ เรียกปลวกในช่วงนี้ว่า “แมลงเม่า”

แมลงเม่าออกมาจากรังเมื่อลักษณะอากาศเปลี่ยนแปลงหรือมีความชุ่มชื้นสูง แมลงเม่าจะออกมาจากรังและก็บินไปรวมกันในรอบๆที่มีแสงไฟแรง ดังเช่น หลอดไฟฟ้า เพื่อกระตุ้นการตกไข่ โดยร่างกายของปลวกมีการปรับปรุงให้มีความแข็งแรงและก็มีสีแก่ เพื่อทนต่อแสงและก็ความชุ่มชื้นของอากาศ เมื่อสืบพันธุ์แล้ว แมลงเม่าจะสลัดปปีกออกแล้วก็หาสถานที่สร้างรังแล้วก็ตกไข่ โดยแมลงเม่าตัวเมียจะแปลงเป็นราชินีปลวก

แมลงเม่าคือปลวกระยะตัวเต็มวัยที่มีปีก ปัจจุบัน ปลวกกระจายตัวอยู่ทุกทวีปทั่วโลกประมาณสองพันชนิด จอมปลวกหนึ่งจอมมีสมาชิกปลวกประมาณหนึ่งพันตัว ส่วนใหญ่ปลวกสร้างรังจากดินและมีโครงสร้างภายในที่ซับซ้อน เมื่อปลวกตัวเมียถึงช่วงสืบพันธุ์ มันมักจะออกจากจอมปลวกเดิมเพื่อหาคู่ผสมพันธ์ และหาสถานที่สำหรับสร้างอาณาจักรใหม่ ตัวเมีย (หรือราชินีปลวก) จะเริ่มผลิตไข่จำนวนหลายร้อยใบ ตัวอ่อนส่วนใหญ่ที่มาจากไข่นางพญาปลวกจะเจริญไปเป็นปลวกงาน นักวิทยาศาสตร์พบว่า ในหนึ่งวัน นางพญาปลวกสามารถผลิตไข่ได้ประมาณ 30,000 ใบ และเมื่อพัฒนาไปเป็นตัวอ่อน พวกมันคือส่วนหนึ่งของสมาชิกในจอมปลวก

ในขณะที่นางพญาผลิตไข่หลายต่อหลายฟอง ตัวนางพญาก็เติบโตและเพิ่มขนาดขึ้นเช่นกัน พร้อมทั้งปล่อยฟีโรโมนเพื่อควบคุมวรรณะอื่นๆ ภายในจอมปลวก นางพญาปลวกสามารถเจริญจนมีขนาดเท่ากับนิ้วชี้ของมนุษย์ ซึ่งมีขนาดใหญ่มากกว่าปลวกวรรณะอื่นประมาณร้อยเท่า ส่งผลให้นางพญาปลวกไม่ค่อยเคลื่อนที่ไปยังส่วนอื่นของจอมปลวก

ในส่วนของที่พักอาศัยที่มีแมลงเม่าบินตอมไฟจำนวนมาก ผู้อาศัยอาจเกิดความกังวลว่า แมลงเม่าที่สลัดปีกแล้วจะกลายเป็นปลวกที่สร้างปัญหาให้กับบ้านในภายหลังได้หรือไม่ นักกีฏวิทยาให้ความเห็นว่า ถ้าแมลงเม่าที่บินออกมาจากรังแล้วสามารถผสมพันธุ์กันได้สำเร็จ ก็มีโอกาสสูงที่แมลงเม่าหรือปลวกที่ผสมพันธุ์แล้ว จะมองหาพื้นที่สำหรับสร้างอาณาจักรใหม่ ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ว่า อาจจะไปอาศัยซอกหลืบตามตัวเรือน หรือใต้ฝ้าเพดาน รวมไปถึงเฟอร์นิเจอร์ไม้ภายในบ้าน

ด้วยเหตุดังกล่าว วิธีการป้องกันพื้นฐาน เป็น ตอนที่แมลงเม่าบินออกมาจากรังปลวก พวกเราควรจะปิดประตูบ้านรวมทั้งหน้าต่างให้มิดชิด รวมถึงปิดไฟสว่างรอบกายบ้าน เพื่อไม่ล่อให้แมลงเม่าบินเข้ามาตอมไฟใกล้กับตัวตึก หรืออีกหนึ่งแนวทางเป็นการหาภาชนะปากกว้างใส่น้ำแล้ววางไว้ใต้หลอดไฟฟ้า ก็สามารถช่วยตัดวงจรก่อนแมลงเม่าจะไปสร้างรังใหม่ได้

ในธรรมชาติปลวกหรือแมลงเม่า เป็นผู้ย่อยสลายซากพืชที่สุดยอด ต้นไม้ใหญ่ที่ล้มอยู่ในป่า หรือเศษไม้ที่ผุพังตามธรรมชาติ ได้รับการเสื่อมสภาพโดยปลวกที่อยู่ในธรรมชาติ ซึ่งถือได้ว่าเป็นหน้าที่สำคัญของระับบนิเวศ เป็นผู้เสื่อมสภาพที่มีความหมายอย่างมาก เนื่องจากว่าเมื่อไม้ยืนต้นในป่าล้มลง ถือว่าเป็นการให้โอกาสให้เมล็ดพันธุ์ ไหมพุ่มไม้ที่อยู่ข้างล่างโดนแสงมากเพิ่มขึ้น แล้วก็เจริญเป็นต้นไม้ใหญ่ต่อไป…

ปลาดุร้าย ปลาปิรันย่า Piranha

ปลาดุร้าย

ปลาดุร้าย ปลาปิรันย่า

Piranha ปลาปิรันย่า เป็นชื่อสามัญเรียกปลาที่อาศัยอยู่ในน้ำจืดกลุ่มหนึ่ง ปลาดุร้าย ซึ่งอยู่ในตระกูลย่อย Serrasalmidae ในตระกูลปลาค้างราสิน (Caracidae) โดยปกติ ปลาที่ขึ้นชื่อว่า “ปิรันยา” นั้นจะหมายถึงปลาในสกุล Pristobrycon, Pygocentrus, Pygopristis และก็ Serrasalmus แต่ว่าก็บางทีอาจรวมทั้งปลาในสกุล Catoprion ด้วย ส่วนปลาในสกุลอื่นมักไม่นิยมเรียกว่าปิรันยา หากแม้จะอยู่ในตระกูลย่อยนี้ก็ตาม

ปลาปิรันยากินเนื้อเป็นอาหาร มักอยู่รวมกันเป็น ฝูงขนาดใหญ่ เจอในแม่น้ำอเมชอน ทวีปอเมริกาใต้ มีฟันที่คมรับประทานเนื้อของสัตว์ที่ตกลงไปอยู่ใกล้ที่อยู่ของมันเป็นของกิน แต่ว่าหากไม่มีสัตว์อะไรเลยตกลงไปในที่อยู่ของมันมันก็จะรับประทานปลาในแม่น้ำเป็นของกิน เป็นปลาที่อันตรายประเภทหนึ่ง ที่ทั้งโลกรู้จักดี จำพวกที่ดุร้ายมากมาย ยกตัวอย่างเช่น ปิรันยาแดง (Pygocentrus nattereri) อื่นๆอีกมากมาย บางประเทศ อาทิเช่น เมืองไทยห้ามนำเข้า เพราะเหตุว่าเกรงจะแพร่ลงสู่แหล่งน้ำและก็แพร่พันธุ์ แม้กระนั้นบางประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่นอนุญาตให้เลี้ยงเป็นปลางามได้
แม้กระนั้นในท้องถิ่นแล้ว คนพื้นบ้านนิยมรับประทานปลาปิรันยาเป็นของกิน และก็ปลาปิรันยาเองก็มักกลายเป็นของกินของสัตว์ที่มีขนาดใหญ่กว่า เป็นต้นว่า ปลาอะราไพม่า (Arapaima gigas) , นากยักษ์ (Pteronura brasiliensis) , โลมาแม่น้ำอเมซอน (Inia geoffrensis) แล้วก็นกกินปลาอีกหลายแบบ
ปลาจำพวกอื่นซึ่งมีลักษณะคล้ายกับปลาปิรันยา แต่ว่าปราศจากความดุร้ายเท่าและก็สามารถกินได้อีกทั้งพืชรวมทั้งสัตว์ เป็น ปลาเปคู (Pacu) หรือ ปลาคู้ ซึ่งในประเทศไทยนับว่าเป็นปลาเศรษฐกิจและก็ปลาสวยสดงดงามด้วย เป็นต้นว่า ปลาคู้ดำ (Colossoma macropomum) รวมทั้ง ปลาคู้แดง (Piaractus brachypomus) ฯลฯ

  • การแพร่กระจายชนิด
    ปลา ปิรันย่า นั้นเจอในบริเวณลุ่มน้ำอเมชอน: ใน โอริโนวัว ​(Orinoco), ในแม่น้ำของกีอาน่า (Guyana), ในขว้างรากวัย-ขว้างรานา (Paraguay-Parana), แล้วก็ในระบบแม่น้ำเซาฟรังซีสเรา (Sao Fransico) มีบางประเภทที่มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้าง แม้กระนั้นในทางตรงกันข้ามก็มีบางจำพวกที่มีการแพร่ะกระจัดกระจายอยู่ในวงจำกัด. อย่างไรก็แล้วแต่ ปิรันย่า ได้เคยถูกนำเข้าไปยังอเมริกา, มีครั้งคราวที่ถูกเจอใน แม่น้ำโปโตแม็ค (Potomac RIver) แม้กระนั้นก็ไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ได้ในภาวะหนาวจัดของรอบๆนั้น. กระทั่งเมื่อเร็วๆนี้ ปิรันย่า ได้โดนจับได้โดยชาวเลใน แม่น้ำติดอยู่ทาวบา (Catawba RIver) ใน North Carolina นี่เป็นกรณีแรกใน North Carolina. ปลาปิรันย่าได้ถูกเจออีกรอบที่ทะเลสาปแคปไต (Kaptai Lake) ในตะวันออกเฉียงใต้ของบังคลาเทศ
  • ลักษณะของปลาปิรันย่า
    ลักษณะทั่วไปของปลาปิรันยา มีลำตัวแบนข้าง ส่วนท้องกว้าง บางชนิดมีจุดสีน้ำตาลและสีดำ บางชนิดข้างลำตัวส่วนล่างสีขาว, สีเหลืองและสีชมพู แล้วแต่ละชนิดแตกต่างออกไป
    ปลาปิรันย่า โดยปกติมีขนาดตั้งแต่ 15-25 ซม. (6-10 นิ้ว) ในบางชนิดพบว่ามีขนาดถึง 41 ซม. (24 นิ้ว) เลยทีเดียว
    ปลา ปิรันย่าในสกุล Serrasalmus, Pristobrycon, Pygocentrus, และ Pygopristis สามารถจำแนกได้ง่ายมาก โดยดูจากลักษณะเฉพาะของฟัน. ปลาปิรันย่าทั้งหมด มีฟันที่มีความคมเรียงกันเป็นแถวเดียวบนขากรรไกรทั้ง 2 ข้าง; ฟันเหล่านั้นจะเรียงตัวกันแน่นเป็นระเบียบและเชื่อมต่อกัน เพื่อใช้ในการกัดและฉีกอย่างรวดเร็ว. ฟันที่มีลักษณะเฉพาะของมันจะมีรูปแบบเป็นทรงสามเหลี่ยม คล้ายใบมีด.ฝีปากล่างยื่นออกมายาวมากกว่าริมฝีปากบน แต่เมื่อหุบปากจะปิดสนิทระหว่างกันพอดี ปลาปิรันย่าส่วนใหญ่จะมีฟันเขี้ยวแบบสามเหลี่ยมที่มีขนาดใหญ่ ยกเว้นในสกุล Pygopristis จะมีฟันเขี้ยวแบบห้าเหลี่ยม และ ฟัน premaxillary มีอยู่ด้วยกัน 2 แถว ซึ่งจะพบได้ในปลาส่วนใหญ่ใน วงศ์ย่อย (Subfamily) Serrasalminae
  • นิเวศน์วิทยา
    ปลาปิรันย่า เป็นส่วนประกอบที่สำคัญเป็นอย่างมากของ สภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ. อย่างไรก็ตามในอาณาเขตที่มีขนาดใหญ่ไปจนถึง พื้นที่ลุ่มที่มีการระบายน้ำได้ดี, ปลาปิรันย่ามีการแพร่กระจายและเป็นวงกว้าง และ แหล่งที่อาศัยมีความหลากหลายอยู่ได้ทั้งสภาพแวดล้อมที่เป็น แหล่งน้ำไหล (Lotic) และ แหล่งน้ำนิ่ง (Lentic). ปลาปิรันย่า บางชนิดมีจำนวนมากในบางพืิ้นที่ และ ในหลายๆชนิด อาศัยอยู่รวมกัน. ซึ่งเป็นได้ทั้งผู้ล่า (Predators) และผู้กินซาก (Scarvengers).

กระจงเล็ก สัตว์น่ารักทั่วโลก

กระจงเล็ก

กระจงเล็ก

กระจงเล็ก หรือ กระจงหนู (อังกฤษ: Lesser mouse-deer, Lesser Malay chevrotain; มลายู: Kanchil2; ชื่อวิทยาศาสตร์: Tragulus kanchil) เป็นสัตว์จัดอยู่ใน ไฟลัมสัตว์ มีแกนสันหลัง ชั้นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ชั้นสัตว์กีบคู่ จัดเป็นสัตว์กีบคู่ที่มีขนาดเล็กที่สุดในโลก รูปพรรณสัณฐานเหมือนเก้งหรือกวาง

เป็นกระจงอีกประเภทหนึ่งที่เจอได้ในประเทศไทย มีขนาดเล็กกว่ากระจงควาย (T. napu) มีความสูงจากกีบเท้าถึงหัวไหล่ 20-23 ซม. มีลักษณะเด่น เป็น ลายแถบสีขาวที่อกมีแถบเดียว ในขณะที่กระจงควายมี 2 แถบ ในประเทศไทยเจอได้ตามแนวป่าตะวันตก, ทิวเขาหินปูนภาคกลาง, ภาคอีสาน และก็ภาคใต้ ในต่างชาติเจอได้ในลาว, ประเทศพม่า, ตอนใต้ของจีน, เวียดนาม, บรูไน, ประเทศสิงคโปร์, อินโดนีเซีย

หมายเหตุ: แต่เดิมกระจงเล็กเคยใช้ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tragulus javanicus แม้กระนั้นปัจจุบันนี้ชื่อนี้ได้ถูกจำแนกออกไปเป็น กระจงชวา เจอในเกาะชวา และก็บาหลีแทน…